cqc cqcf
การโอนเล่มทะเบียน โอนเล่มทะเบียนรถยนต์ ไม่โอนเล่มทะเบียนรถยนต์
วงเงินอนุมัติสูงสุด (ของราคาประเมินรถยนต์) 150%* 120%*
อายุรถยนต์สูงสุด 20 ปี 20 ปี
ระยะเวลาผ่อนเลือกได้สูงสุดถึง 84 งวด 84 งวด
อัตราดอกเบี้ย แบบคงที่ แบบลดต้นลดดอก
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.19% ต่อปี** 12% ต่อปี**
ปิดบัญชีก่อนกำหนด ลดดอกเบี้ยคงเหลือ 50% คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันปิดบัญชีเท่านั้น
แบบไหนที่เหมาะกับคุณ
๐ เน้นผ่อนยาวๆ ดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวดตลอดอายุสัญญา
๐ มีแผนที่จะปิดบัญชีก่อนครบอายุสัญญา
๐ เน้นจ่ายค่างวดแต่ละเดือนเกินกว่ายอดที่กำหนด

cqc cqcf
การโอนเล่มทะเบียน
โอนเล่มทะเบียนรถยนต์
การโอนเล่มทะเบียน
ไม่โอนเล่มทะเบียนรถยนต์
วงเงินอนุมัติสูงสุด
(ของราคาประเมินรถยนต์)
150%*
วงเงินอนุมัติสูงสุด
(ของราคาประเมินรถยนต์)
120%*
อายุรถสูงสุด
20 ปี
อายุรถสูงสุด
20 ปี
ระยะเวลาผ่อนเลือกได้สูงสุดถึง
84 งวด
ระยะเวลาผ่อนเลือกได้สูงสุดถึง
84 งวด
อัตราดอกเบี้ย
แบบคงที่ตลอดอายุสัญญา
อัตราดอกเบี้ย
แบบลดต้นลดดอก
ดอกเบี้ยเริ่มต้น
3.19% ต่อปี**
ดอกเบี้ยเริ่มต้น
12% ต่อปี**
ปิดบัญชีก่อนกำหนด
ลดดอกเบี้ยคงเหลือ 50%
ปิดบัญชีก่อนกำหนด
คำนวณดอกเบี้ยจนถึง
วันปิดบัญชีเท่านั้น
เหมาะกับคุณ
๐ เน้นผ่อนยาวๆ ดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวดตลอดอายุสัญญา
เหมาะกับคุณ
๐ มีแผนที่จะปิดบัญชีก่อนครบอายุสัญญา
๐ เน้นจ่ายค่างวดแต่ละเดือนเกินกว่ายอดที่กำหนด
*วงเงินอนุมัติและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
**อัตราดอกเบี้ย คำนวณที่ระยะเวลาผ่อน 60 งวด

 
icon1

สมัครออนไลน์

สมัครง่ายเพียงกรอกรายละเอียดดังนี้

  • รายละเอียดรถยนต์ ควรกรอกให้ตรงตามเล่มทะเบียนรถยนต์เพื่อความถูกต้อง
  • รายละเอียดสินเชื่อที่คุณสนใจ
  • วันและเวลาที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ หรือติดต่อธนาคารสาขาที่คุณสะดวก
icon1

เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 3 ชม. หรือ ภายในวันและเวลาที่คุณเลือก ตามเวลาทำการของธนาคาร คือ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 8:00-19:00 น. เพื่อนัดเข้าไปรับเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ *หากตรงกับวันหยุดจะติดต่อกลับในวันทำการถัดไป

icon1

รู้ผลอนุมัติเร็ว

ธนาคารจะแจ้งผลการพิจารณาพร้อมวงเงินที่คุณได้รับจริงภายใน 3 วันทำการ หลังได้รับเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ

icon1

รับเงิน

รับเงินภายใน 1 วันทำการ

  • แบบไม่โอนเล่มทะเบียน รับเงินภายใน 1 วันทำการ หลังได้รับการอนุมัติ
  • แบบโอนเล่มทะเบียน รับเงินภายใน 1 วันทำการ หลังได้รับการอนุมัติ และดำเนินการโอนเล่มทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำ
  • สำเนาบัตรประชาชน 4 ชุด
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล 4 ชุด (ถ้ามี)
  • สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ทุกหน้า 1 ชุด
  • สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) แสดงรายได้ย้อนหลัง 6 เดือน นับจากปัจจุบัน
  • สลิปเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองรายได้ที่ระบุเงินเดือน เดือนล่าสุด
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ / กระแสรายวัน สำหรับโอนเงินกู้เข้าบัญชี 1 ชุด
นิติบุคคล / เจ้าของกิจการ / อาชีพอิสระ / เกษตรกร
  • สำเนาบัตรประชาชน 4 ชุด
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล 4 ชุด (ถ้ามี)
  • สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ทุกหน้า 1 ชุด
  • สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) แสดงรายได้ย้อนหลัง 6 เดือน นับจากปัจจุบัน
  • สำเนาทะเบียนการค้า / หนังสือรับรองบริษัท / ใบประกอบวิชาชีพ
  • ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ หรือ ภงด.90/91 ปีล่าสุด
  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ / รับรองการทำประโยชน์ / การใช้ประโยชน์ในที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเช่าที่ดิน เป็นต้น (เฉพาะเกษตรกร)

มีสัญชาติไทย อายุ 20 - 65 ปี ณ วันที่ยื่นขอสินเชื่อ
เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล                   
มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่างวดสินเชื่อ
เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือเป็นผุ้ครอบครองรถยนต์ที่ยื่นขอสินเชื่อ

หมายเหตุ กรณีเป็นชาวต่างชาติจะต้องมีใบอนุญาตการทำงานในประเทศไทย (Work Permit) หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 5 ปีขึ้นไป และต้องมีคนค้ำประกันสัญชาติไทยร่วมด้วย โดยจะรับพิจารณาเฉพาะสินเชื่อแบบโอนเล่มทะเบียนเท่านั้น

 


สินเชื่อรถเรียกเงิน และรถเรียกเงินทันใจ แตกต่างกันอย่างไร ?

 

  1_08114624   2_08114625  

 

สินเชื่อรถเรียกเงิน คือ การขอสินเชื่อด้วยการใช้รถของคุณเป็นหลักประกัน และโอนเล่มทะเบียนรถของคุณให้เป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร แต่คุณยังสามารถใช้งานรถได้เหมือนเดิม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผ่อนยาวๆ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ตลอดอายุสัญญา เริ่มต้นที่ 3.19% - 15%* ต่อปี

*เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ที่ 5.98% - 27.69% ต่อปี

 

สินเชื่อรถเรียกเงินทันใจ คือ การขอสินเชื่อแบบไม่โอนเล่มทะเบียนด้วยการทำเอกสารสัญญาชุดโอนลอยให้ธนาคารเป็นผู้เก็บรักษาไว้เป็นหลักประกัน ซึ่งกรรมสิทธิ์ในการครอบครองรถยังคงเป็นชื่อของคุณ และคุณยังสามารถใช้งานรถได้เหมือนเดิมเหมาะสำหรับคนที่มีแผนจะชำระค่างวดทั้งหมดก่อนครบสัญญา หรือชำระเกินกว่าค่างวดปกติเพื่อลดเงินต้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เริ่มต้นที่ 12% - 16% ต่อปี

*อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับอายุรถยนต์ และวงเงินที่ยื่นขอสินเชื่อ

 

     
 
1_08122333
ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate)
คือ การคำนวณดอกเบี้ยที่คุณต้องชำระตลอดอายุสัญญาจากเงินต้นทั้งก้อน และนำดอกเบี้ยทั้งหมดไปรวมกับเงินต้น และหารเฉลี่ยตามจำนวนเดือนที่คุณตกลงทำสัญญาไว้ จะได้เป็นจำนวณเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด
ตัวอย่าง เงินต้นที่ 100,000 บาท ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48 งวด กับอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.19% ต่อปี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 12,760 บาท เมื่อรวมกับเงินต้นที่ 100,000 บาท และหารเฉลี่ย 48 งวดเท่าๆ กัน เท่ากับงวดละ 2,349 บาท(ไม่รวม VAT) ทุกเดือนจนครบสัญญา
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่นั้นเหมาะกับคนที่ต้องการผ่อนยาวๆ สบายๆ และจ่ายดอกเบี้ยเท่ากันทุกเดือนตลอดอายุสัญญา และในกรณีที่ต้องการปิดบัญชีก่อนหมดอายุสัญญาจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 50% จากจำนวนดอกเบี้ยคงเหลือ ณ วันที่ปิดสัญญา


ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

คือ การคำนวณดอกเบี้ยที่คุณต้องชำระจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริงในแต่ละงวด ซึ่งต้องนำเงินต้นคงเหลือมาคิดคำนวณใหม่เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละเดือน ดังนั้นยิ่งเงินต้นลดดอกเบี้ยก็จะลดตามไปด้วย

ตัวอย่าง เงินต้น 100,000 บาท ระยะเวลาการผ่อนชำระ 48 งวด กับอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 12% ต่อปี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 26,384 บาท เมื่อรวมกับเงินต้นที่ 100,000 บาท และหารเฉลี่ย 48 งวดเท่าๆ กัน เท่ากับงวดละ 2,633 บาท (ไม่รวม Vat) ทุกเดือนจนครบอายุสัญญา


จากตัวอย่างจะเห็นได้ชัดว่า ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเหมาะสำหรับคนที่มีแผนจะชำระเกินค่างวดปกติในแต่ละงวด เพื่อนำไปลดเงินต้นโดยไม่คิดดอกเบี้ย ทำให้ดอกเบี้ยลดลง เงินต้นหมดเร็วขึ้น ระยะเวลาในการผ่อนชำระก็จะสั้นลง และในกรณีที่ต้องการปิดบัญชีก่อนจบสัญญา ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยเฉพาะเงินต้นคงเหลือ ณ วันที่มาปิดบัญชีเท่านั้น ดังนั้นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกจึงเหมาะกับคนที่มีแผนจะปิดบัญชีก่อนครบสัญญา


เมื่อเลือกได้แล้วว่าสัญญาประเภทไหน เหมาะกับคุณ
ก็มาเลือกที่เงื่อนไขอื่นๆ ต่อได้เลย... รถเรียกเงิน พร้อมให้คำแนะนำจากใจจริง

 

แม้ว่ารถของคุณยังผ่อนอยู่ ก็สามารถยื่นกู้ขอสินเชื่อหรือรีไฟแนนซ์ได้ โดยมีข้อพิจารณาดังนี้
 
Group 1167 (1)
ตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือกับธนาคารหรือไฟแนนซ์เดิม ทั้งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการปิดสัญญาก่อนกำหนด
Group 1168
ประเมินความคุ้มค่าในการขอรีไฟแนนซ์ ด้วยการตรวจสอบวงเงิน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารหรือไฟแนนซ์ใหม่ เปรียบเทียบกับธนาคารหรือไฟแนนซ์เดิม
Ellipse 17
ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ โดยพิจารณาจากค่างวดของสัญญาใหม่ว่าเพิ่มขึ้น ลดลง หรือใกล้เคียงเดิมมากน้อยเพียงใด และ คุณสามารถผ่อนชำระได้ตลอดอายุสัญญาหรือไม่

ลองมาประเมินความคุ้มค่า ด้วยการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายของบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อรถเรียกเงินและรถเรียกเงินทันใจ
2_08170235
บัตรเครดิตธนาคารพาณิชย์
  • คิดอัตราดอกเบี้ยตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank Of Thailand) สูงสุดอยู่ที่ 16% ต่อปี
  • ใช้อัตราดอกเบี้ยสุงสุดในการคำนวณทั้งในกรณีที่กดเงินสดจากบัตร และการชำระขั้นต่ำ
3_08170236
บัตรกดเงินสด (สินเชื่อบุคคล)
  • มีอัตราดอกเบี้ยตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank Of Thailand) สูงสุดอยู่ที่ 25% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสูง และคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันนับตั้งแต่กดเงินสดออกมา
หากเรามาดูกันที่อัตราดอกเบี้ยรถเรียกเงินแบบโอนเล่ม ที่เริ่มต้น 3.19% ต่อปีแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือ เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 5.98% ต่อปี หรือ หากเป็นสินเชื่อรถเรียกเงินทันใจ แบบไม่โอนเล่มทะเบียน อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเริ่มต้นที่ 12% ต่อปี ดูตัวเลขง่ายๆ จากอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันขนาดนี้ ก็พอจะเห็นแล้วว่า สินเชื่อแบบไหนจะช่วยลดภาระด้านดอกเบี้ยให้กับคุณมากกว่ากัน

นอกจากเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีเรื่องของระยะเวลาผ่อนชำระของสินเชื่อรถเรียกเงินที่ให้เลือกได้สูงสุดถึง 84 งวด ซึ่งเมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลจะผ่อนได้ไม่เกิน 60 งวด จึงทำให้คุณมีภาระในการผ่อนต่อเดือนที่น้อยลง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และระยะเวลาการผ่อนที่ยาวขึ้นนั่นเอง

กรุณาศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขโดยละเอียดก่อนที่ท่านจะตัดสินใจใช้บริการผลิตภัณฑ์

ดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลของผลิตภัณฑ์ สินเชื่อรถเรียกเงิน
ดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลของผลิตภัณฑ์ สินเชื่อรถเรียกเงิน ทันใจ

 


สินเชื่อรถเรียกเงินมี 2 แบบ คือ แบบโอนเล่มทะเบียน และแบบไม่โอนเล่มทะเบียน?

 

  1_08114624   2_08114625  

 

สินเชื่อรถเรียกเงิน แบบโอนเล่มทะเบียน เหมาะกับคนที่ต้องการเงินก้อนใหญ่ คิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ เริ่มต้นที่ 3.19% - 15%* ต่อปี ผ่อนสบาย จ่ายเท่ากันทุกเดือนตลอดอายุสัญญา

*เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ที่ 5.98% - 27.69% ต่อปี

 

สินเชื่อรถเรียกเงินทันใจ แบบไม่โอนเล่มทะเบียน เหมาะกับคนต้องการเงินด่วน อนุมัติรับเงินภายใน 1 วัน คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เริ่มต้นที่ 12% - 16% ต่อปี สามารถโปะเพื่อลดเงินต้นได้ บิ่งโปะเยอะก็ยิ่งผ่อนหมดเร็ว

*อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับอายุรถยนต์ และวงเงินที่ยื่นขอสินเชื่อ

 

     
 
 
เพื่อนๆ หลายคน คงจะมีคำถามอยู่ในใจ สถาบันการเงินมีให้เลือกทั้งดอกเบี้ยแบบคงที่ และ ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เพื่อน ๆจะรู้ได้อย่างไร ว่าสินเชื่อดอกเบี้ยแบบไหนเหมาะกับเพื่อนๆ รถเรียกเงินมีคำตอบมาให้

 
1_08122333
การคิดดอกเบี้ยเงินกู้แบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate)
คือ การคิดดอกเบี้ยที่จากเงินต้นทั้งก้อนตั้งแต่แรกสุดไปจนตลอดอายุสัญญาโดยนำดอกเบี้ยที่คิดมา เฉลี่ยรวมกับเงินต้นแล้วแบ่งชำระตามจำนวน งวดที่ลูกค้าทำสัญญาไว้ งวดละเท่าๆ กัน
ตัวอย่าง เงินต้นที่ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.19% ต่อปี ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48 เดือน ดอกเบี้ยตัวอย่างนี้ตลอดอายุ สัญญาที่ 48 งวด (4 ปี) อยู่ที่ 12,760 บาท เมื่อรวมกับเงินต้นที่ 100,000 บาทแล้ว เฉลี่ยค่างวดเท่าๆ กัน จะเป็นค่างวดที่ 2,349 บาท(ไม่รวม VAT) ทุกเดือนจนจบสัญญา
การคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่นี้ เหมาะกับลูกค้าที่มีการวางแผนการเงิน มาแล้วเป็นอย่างดี ว่าในแต่ละเดือนจะกันเงินจำนวนที่เท่าๆ กัน ไว้สำหรับการผ่อนค่างวดจนจบสัญญา เงื่อนไขของการปิดสัญญา ก่อนเพื่อนๆ จะต้องชำระดอกเบี้ยเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งในส่วนที่เหลือ ณ วันที่ปิดสัญญา ซึ่งเงื่อนไขนี้สามารถเช็คได้ที่ สถาบันการเงินที่เพื่อนๆ ทำสัญญาอยู่ได้


อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

คือ การคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ซึ่งเมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะลดลงไปตาม โดยในการผ่อนชำระค่างวดแต่ละครั้งก็จะมีการคิดค่างวดที่แตกต่างกันออกไปตามจำนวนของเงินต้นที่เหลืออยู่

ตัวอย่าง เงินต้น 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 12% ต่อปี ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48 เดือน
ดอกเบี้ยตัวอย่างนี้ตลอดอายุสัญญาที่ 48 งวด (4 ปี) อยู่ที่ 26,384 บาท เมื่อรวมกับเงินต้นที่ 100,000 บาทแล้ว เฉลี่ยค่างวดเท่าๆ กัน จะเป็นค่างวดที่ 2,633 บาท


หากเปรียบเทียบสินเชื่อ 2 แบบนี้ด้วยเงินต้นที่เท่ากัน ระยะเวลาเท่ากัน เพื่อนๆ คงเห็นถึงความแตกต่างของดอกเบี้ย สินเชื่อแบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอกจุดเด่นที่สำคัญคือ หากเพื่อนๆ มีแผนที่จะโปะ ไม่ว่าจะโปะด้วยเงินก้อน หรือ โปะด้วยการชำระเกินในแต่ละงวด อย่างในตัวอย่างนี้ หากเพื่อนๆ โปะเพิ่มจากค่างวด 2,633 บาท เข้าไปทุกเดือนอีกเดือนละ 500 บาท ส่วนที่จ่ายเกินมานี้จะนำไปตัดกับเงินต้นทั้งหมด ไม่คิดดอกเบี้ย จึงทำให้เงินต้นลดลงเร็ว ระยะเวลาการผ่อนก็จะสั้นลงตาม และหากเพื่อนๆ มีเงินก้อนมาปิดบัญชี สัญญาแบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอกนี้จะคิดเฉพาะเงินต้นคงเหลือ ณ วันปิดสัญญาเท่านั้น ดอกเบี้ยจะถูกตัดทิ้งทั้งหมด


เมื่อเห็นเพื่อนๆ เลือกได้แล้วว่าสัญญาประเภทไหน เหมาะกับเพื่อนๆ
ก็มาเลือกที่เงื่อนไขอื่นๆ ต่อได้เลย... รถเรียกเงิน พร้อมให้คำแนะนำจากใจจริง

 

เพื่อนๆ คงมีคำถามในใจ มีรถที่ผ่อนมาได้เกินครึ่งหนึ่งของสัญญาแล้ว และตอนนี้มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน เราจะเอารถที่ติดไฟแนนซ์อยู่นั้น มาขอกู้เพิ่มได้ไหม ภาระเก่าก็ยังไม่หมด จะมีใครให้กู้เพิ่มได้ไหมหนอ?

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ จะปิดสัญญากับที่ไฟแนนซ์เดิมต้องใช้เงินเท่าไร แล้วถ้าจะเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ใหม่จะได้ยอดกู้ที่มากขึ้นเท่าไร ยอดผ่อนต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด เราไหวหรือไม่ ส่วนต่างยอดกู้ของการปิดไฟแนนซ์เดิมกับยอดกู้ใหม่ คือเงินที่จะได้รับเพิ่มจากการรีไฟแนนซ์ เมื่อคิดไตร่ตรองดูดีแล้ว ก็มาดูขั้นตอนการรีไฟแนนซ์สินเชื่อเลย
ขั้นตอนของการรีไฟแนนซ์สินเชื่อ (รถไม่ปลอดภาระ)
Group 1167 (1)
สอบถามไฟแนนซ์ที่เดิมว่ายอดคงเหลือของสัญญาเท่าไหร่ อย่าลืมถามค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนดมาด้วย
Group 1168
ติดต่อไฟแนนซ์ใหม่ว่ารถของเราจะได้วงเงินเท่าไหร่ รวมถึงเงื่อนไขการขอสินเชื่อกรณีรถไม่ปลอดภาระ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เพื่อทบทวนว่าวงเงินที่ได้ออกไปคุ้มค่ากับการรีไฟแนนซ์หรือไม่
Ellipse 17
พิจารณาค่างวดของสัญญาใหม่ว่าจะผ่อนไหว หรือผ่อนเบากว่าเดิมเพื่อแบ่งเบาภาระต่อเดือนได้ ถ้าพิจารณาแล้วคุ้ม ก็รีไฟแนนซ์หาเงื่อนไขที่ลงตัวที่สุดได้เลย

สิ่งแรกที่พิจารณาว่าคุ้มหรือไม่ เรามาดูกันที่ ดอกเบี้ยที่เพื่อนๆ ต้องจ่าย
2_08170235
บัตรเครดิตธนาคารพาณิชย์มีอัตราดอกเบี้ย ที่ประกาศตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) สูงสุดที่ 16% ต่อปี และเป็นที่รู้กันว่าทุกบัตรเครดิตใช้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดในการคำนวณ หากเพื่อนๆ กดเงินสดผ่านจากบัตร หรือชำระขั้นต่ำ
3_08170236
อัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสด หรือ ที่เราเรียกง่ายๆ ว่าสินเชื่อส่วนบุคคลมี อัตราดอกเบี้ยที่ประกาศตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) สูงสุดที่ 25 % ต่อปี
หากเรามาดูกันที่อัตราดอกเบี้ยรถเรียกเงินแบบโอนเล่ม ที่เริ่มต้น 3.19% ต่อปีแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือ เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 5.98% ต่อปี หรือ หากเป็นสินเชื่อรถเรียกเงินทันใจ แบบไม่โอนเล่มทะเบียน อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเริ่มต้นที่ 12% ต่อปี ดูตัวเลขง่ายๆ จากอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันขนาดนี้ ก็พอจะเห็นแล้วว่า สินเชื่อแบบไหนจะช่วยลดภาระด้านดอกเบี้ยให้กับเพื่อนๆ มากกว่ากัน

นอกจากเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีเรื่องของระยะเวลาผ่อนชำระของสินเชื่อรถเรียกเงินที่ให้เลือกได้สูงสุดถึง 84 งวด ซึ่งเมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลจะผ่อนได้ไม่เกิน 60 งวด จึงทำให้เพื่อนๆ มีภาระในการผ่อนต่อเดือนที่น้อยลง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และระยะเวลาการผ่อนที่ยาวขึ้นนั่นเอง อย่ามัวช้าอยู่เลยรีบสมัครให้ภาระที่หนักเบาลง

 


สินเชื่อรถเรียกเงินมี 2 แบบ คือ แบบโอนเล่มทะเบียน และแบบไม่โอนเล่มทะเบียน?

 

  1_08114624   2_08114625  

 

สินเชื่อรถเรียกเงิน แบบโอนเล่มทะเบียน เหมาะกับคนที่ต้องการเงินก้อนใหญ่ คิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ เริ่มต้นที่ 3.19% - 15%* ต่อปี ผ่อนสบาย จ่ายเท่ากันทุกเดือนตลอดอายุสัญญา

*เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ที่ 5.98% - 27.69% ต่อปี

 

สินเชื่อรถเรียกเงินทันใจ แบบไม่โอนเล่มทะเบียน เหมาะกับคนต้องการเงินด่วน อนุมัติรับเงินภายใน 1 วัน คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เริ่มต้นที่ 12% - 16% ต่อปี สามารถโปะเพื่อลดเงินต้นได้ บิ่งโปะเยอะก็ยิ่งผ่อนหมดเร็ว

*อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับอายุรถยนต์ และวงเงินที่ยื่นขอสินเชื่อ

 

     
 
1_08122333
การคิดดอกเบี้ยเงินกู้แบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate)
คือ การคิดดอกเบี้ยที่จากเงินต้นทั้งก้อนตั้งแต่แรกสุดไปจนตลอดอายุสัญญาโดยนำดอกเบี้ยที่คิดมา เฉลี่ยรวมกับเงินต้นแล้วแบ่งชำระตามจำนวน งวดที่ลูกค้าทำสัญญาไว้ งวดละเท่าๆ กัน
ตัวอย่าง เงินต้นที่ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.19% ต่อปี ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48 เดือน ดอกเบี้ยตัวอย่างนี้ตลอดอายุ สัญญาที่ 48 งวด (4 ปี) อยู่ที่ 12,760 บาท เมื่อรวมกับเงินต้นที่ 100,000 บาทแล้ว เฉลี่ยค่างวดเท่าๆ กัน จะเป็นค่างวดที่ 2,349 บาท(ไม่รวม VAT) ทุกเดือนจนจบสัญญา
การคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่นี้ เหมาะกับลูกค้าที่มีการวางแผนการเงิน มาแล้วเป็นอย่างดี ว่าในแต่ละเดือนจะกันเงินจำนวนที่เท่าๆ กัน ไว้สำหรับการผ่อนค่างวดจนจบสัญญา เงื่อนไขของการปิดสัญญา ก่อนเพื่อนๆ จะต้องชำระดอกเบี้ยเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งในส่วนที่เหลือ ณ วันที่ปิดสัญญา ซึ่งเงื่อนไขนี้สามารถเช็คได้ที่ สถาบันการเงินที่เพื่อนๆ ทำสัญญาอยู่ได้


อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

คือ การคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ซึ่งเมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะลดลงไปตาม โดยในการผ่อนชำระค่างวดแต่ละครั้งก็จะมีการคิดค่างวดที่แตกต่างกันออกไปตามจำนวนของเงินต้นที่เหลืออยู่

ตัวอย่าง เงินต้น 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 12% ต่อปี ระยะเวลาในการผ่อนชำระ 48 เดือน
ดอกเบี้ยตัวอย่างนี้ตลอดอายุสัญญาที่ 48 งวด (4 ปี) อยู่ที่ 26,384 บาท เมื่อรวมกับเงินต้นที่ 100,000 บาทแล้ว เฉลี่ยค่างวดเท่าๆ กัน จะเป็นค่างวดที่ 2,633 บาท


หากเปรียบเทียบสินเชื่อ 2 แบบนี้ด้วยเงินต้นที่เท่ากัน ระยะเวลาเท่ากัน เพื่อนๆ คงเห็นถึงความแตกต่างของดอกเบี้ย สินเชื่อแบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอกจุดเด่นที่สำคัญคือ หากเพื่อนๆ มีแผนที่จะโปะ ไม่ว่าจะโปะด้วยเงินก้อน หรือ โปะด้วยการชำระเกินในแต่ละงวด อย่างในตัวอย่างนี้ หากเพื่อนๆ โปะเพิ่มจากค่างวด 2,633 บาท เข้าไปทุกเดือนอีกเดือนละ 500 บาท ส่วนที่จ่ายเกินมานี้จะนำไปตัดกับเงินต้นทั้งหมด ไม่คิดดอกเบี้ย จึงทำให้เงินต้นลดลงเร็ว ระยะเวลาการผ่อนก็จะสั้นลงตาม และหากเพื่อนๆ มีเงินก้อนมาปิดบัญชี สัญญาแบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอกนี้จะคิดเฉพาะเงินต้นคงเหลือ ณ วันปิดสัญญาเท่านั้น ดอกเบี้ยจะถูกตัดทิ้งทั้งหมด


เมื่อเห็นเพื่อนๆ เลือกได้แล้วว่าสัญญาประเภทไหน เหมาะกับเพื่อนๆ
ก็มาเลือกที่เงื่อนไขอื่นๆ ต่อได้เลย... รถเรียกเงิน พร้อมให้คำแนะนำจากใจจริง

 

เพื่อนๆ คงมีคำถามในใจ มีรถที่ผ่อนมาได้เกินครึ่งหนึ่งของสัญญาแล้ว และตอนนี้มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน เราจะเอารถที่ติดไฟแนนซ์อยู่นั้น มาขอกู้เพิ่มได้ไหม ภาระเก่าก็ยังไม่หมด จะมีใครให้กู้เพิ่มได้ไหมหนอ?

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ จะปิดสัญญากับที่ไฟแนนซ์เดิมต้องใช้เงินเท่าไร แล้วถ้าจะเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ใหม่จะได้ยอดกู้ที่มากขึ้นเท่าไร ยอดผ่อนต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด เราไหวหรือไม่ ส่วนต่างยอดกู้ของการปิดไฟแนนซ์เดิมกับยอดกู้ใหม่ คือเงินที่จะได้รับเพิ่มจากการรีไฟแนนซ์ เมื่อคิดไตร่ตรองดูดีแล้ว ก็มาดูขั้นตอนการรีไฟแนนซ์สินเชื่อเลย
ขั้นตอนของการรีไฟแนนซ์สินเชื่อ (รถไม่ปลอดภาระ)
Group 1167 (1)
สอบถามไฟแนนซ์ที่เดิมว่ายอดคงเหลือของสัญญาเท่าไหร่ อย่าลืมถามค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนดมาด้วย
Group 1168
ติดต่อไฟแนนซ์ใหม่ว่ารถของเราจะได้วงเงินเท่าไหร่ รวมถึงเงื่อนไขการขอสินเชื่อกรณีรถไม่ปลอดภาระ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เพื่อทบทวนว่าวงเงินที่ได้ออกไปคุ้มค่ากับการรีไฟแนนซ์หรือไม่
Ellipse 17
พิจารณาค่างวดของสัญญาใหม่ว่าจะผ่อนไหว หรือผ่อนเบากว่าเดิมเพื่อแบ่งเบาภาระต่อเดือนได้ ถ้าพิจารณาแล้วคุ้ม ก็รีไฟแนนซ์หาเงื่อนไขที่ลงตัวที่สุดได้เลย

สิ่งแรกที่พิจารณาว่าคุ้มหรือไม่ เรามาดูกันที่ ดอกเบี้ยที่เพื่อนๆ ต้องจ่าย
2_08170235
บัตรเครดิตธนาคารพาณิชย์มีอัตราดอกเบี้ย ที่ประกาศตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) สูงสุดที่ 16% ต่อปี และเป็นที่รู้กันว่าทุกบัตรเครดิตใช้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดในการคำนวณ หากเพื่อนๆ กดเงินสดผ่านจากบัตร หรือชำระขั้นต่ำ
3_08170236
อัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสด หรือ ที่เราเรียกง่ายๆ ว่าสินเชื่อส่วนบุคคลมี อัตราดอกเบี้ยที่ประกาศตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) สูงสุดที่ 25 % ต่อปี
หากเรามาดูกันที่อัตราดอกเบี้ยรถเรียกเงินแบบโอนเล่ม ที่เริ่มต้น 3.19% ต่อปีแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือ เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 5.98% ต่อปี หรือ หากเป็นสินเชื่อรถเรียกเงินทันใจ แบบไม่โอนเล่มทะเบียน อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเริ่มต้นที่ 12% ต่อปี ดูตัวเลขง่ายๆ จากอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันขนาดนี้ ก็พอจะเห็นแล้วว่า สินเชื่อแบบไหนจะช่วยลดภาระด้านดอกเบี้ยให้กับเพื่อนๆ มากกว่ากัน

นอกจากเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีเรื่องของระยะเวลาผ่อนชำระของสินเชื่อรถเรียกเงินที่ให้เลือกได้สูงสุดถึง 84 งวด ซึ่งเมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลจะผ่อนได้ไม่เกิน 60 งวด จึงทำให้เพื่อนๆ มีภาระในการผ่อนต่อเดือนที่น้อยลง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และระยะเวลาการผ่อนที่ยาวขึ้นนั่นเอง อย่ามัวช้าอยู่เลยรีบสมัครให้ภาระที่หนักเบาลง